โรคหลอดเลือดสมอง ในผู้สูงอายุ

โรคหลอดเลือดสมอง ในผู้สูงอายุ

โรคหลอดเลือดสมอง หรือที่นิยมเรียกกันว่า โรคอัมพฤกษ์หรืออัมพาต ขณะที่องค์การอนามัยโรคให้คำจำกัดความของโรคหลอดเลือดสมองว่ เป็นภาวะที่มีความผิดปกติของระบบหลอดเลือดสมองเป็นเหตุให้สมองบางส่วนหรือทั้งหมดทำงานผิดปกติไปก่อให้เกิดอาการและอาการแสดงซึ่งคงอยู่เกิน24ชั่วโมงหรือทำให้เสียชีวิต”

โรคหลอดเลือดสมอง

โรคหลอดเลือดสมองสามารถจำแนกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมองที่เกิดจากการขาดเลือด(Ischemic stroke)คือมีลิ่มเลือดไปอุดกั้นหลอดเลือดและโรคหลอดเลือดสมองที่เกิดจากเลือดออก(Hemorrhagic stroke)ซึ่งทั้งสองกลุ่มมีแนวทางการดูแลรักษารวมถึงการพยากรณ์โรคที่แตกต่างกันไป

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง

แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ

  1. ปัจจัยเสี่ยงที่ปรับเปลี่ยนไม่ได้ ได้แก่
  • อายุ เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ชัดเจนที่สุด โดยอุบัติการณ์จะเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น
  • เพศ เกือบทุกช่วยอายุ เพศชายมีความเสี่ยงมากกว่าเพศหญิง
  • เชื้อชาติ คนผิวดำมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหลอดเลือดสมองมากกว่าคนผิวขาว
  • พันธุกรรม พบว่าผู้ที่มีบิดาหรือมารดาเป็นโรคหลอดเลือดสมองมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้มากกว่าคนปกติ
  1. ปัจจัยเสี่ยงที่ปรับเปลี่ยนได้
  • โรคความดันโลหิตสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญรองลงมาจากอายุ โดยเพิ่มความเสี่ยงทั้งในกรณีขาดเลือดและแบบเลือดออก
  • โรคเบาหวาน เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญรองจากภาวะความดันโลหิตสูง
  • โรคหัวใจ ได้แก่ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ แบบ Atrial fibrillation (AF) ความผิดปกติของลิ้นหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจและกล้ามเนื้อหัวใจตาย รวมถึง ความผิดปกติของหลอดเลือดแดงใหญ่ที่คอ (Carotid artery)
  • ภาวะไขมันในเลือดสูง
  • การสูบบุหรี่ มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นทั้งผู้สูบเองและผู้ที่ได้สัมผัสควันบุหรี่เป็นประจำ(second-hand smoker)
  • อื่น ๆ ได้แก่ เคยเป็นโรคหลอดเลือดสมองมาก่อน โรคอ้วน การขาดการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม การดื่มสุรา การใช้สารเสพติด ขาดการพักผ่อน เครียดอยู่เสมอ เป็นต้น

   อาการนำสำคัญของโรคหลอดเลือดสมองที่ต้องรู้ทัน

  1. แขนขาชาหรืออ่อนแรงครึ่งซีกทันทีทันใด
  2. ปากเบี้ยว
  3. พูดไม่ชัดหรือพูดลำบาก พูดไม่ได้  หรือฟังไม่เข้าใจนอกจากนี้อาจมีอาการอื่น ๆ อีก  เช่น  เวียนศีรษะ  ทรงตัวไม่อยู่  ตาเห็นภาพซ้อน  หรือตามืดมัวข้างใดข้างหนึ่งทันทีทันใด

เมื่อมีอาการดังกล่าวข้างต้น  ควรรีบไปพบแพทย์ทันที  เพื่อตรวจหาสาเหตุและได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง  เนื่องจากมีโรคอื่น ๆ ที่อาจมีอาการคล้ายโรคหลอดเลือดสมองได้  และต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว  เช่น  ภาวะเลือดคั่งในสมอง  มะเร็งกระจายไปที่สมอง  โรคติดเชื้อในสมอง  เป็นต้น  โรคหลอดเลือดสมองถ้าได้รับการรักษาเร็ว จะสามารถลดจำนวนเซลสมองที่ตายได้  ทำให้ลดความพิการและลดอัตราตายได้  การรักษาในระยะเวลาที่กำหนด  คือ ภายใน 3-4 ชั่วโมงครึ่ง  อาจจะใช้ยาละลายลิ่มเลือด  เพื่อไปสลายลิ่มเลือดที่อุดตันอยู่ได้  แต่แม้ไม่ทันภายในสามสี่ชั่วโมง แต่ได้เข้ารับการรักษาอย่างเร็วที่สุดที่เป็นไปได้ ยิ่งเร็วยิ่งดี  ไม่ควรปล่อยให้ดีขึ้นเองหรือลองรักษาด้วยวิธีอื่นก่อน  จะเป็นการเสียโอกาสที่จะได้รับการรักษาที่ถูกต้อง  ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ได้รับการพิสูจน์แล้วโดยการศึกษาทั้งในและต่างประเทศว่าสามารถลดความพิการได้

โรคหลอดเลือดสมอง

นอกจากนี้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมักมีโรคอื่น ๆ ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงร่วมด้วย  เช่น  ความดันโลหิตสูง  เบาหวาน  ไขมันในเลือดสูง  โรคหัวใจ  ซึ่งผู้ป่วยบางรายไม่ทราบว่าเคยเป็นโรคเหล่านี้มาก่อน  จึงจำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ก่อนเพื่อให้ได้รับการรักษาทันท่วงที

    ที่สำคัญ  ในระยะ 1-2 สัปดาห์แรกของการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง  มักมีโรคหรือภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นในระยะนี้  เช่น  การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ  การติดเชื้อของทางเดินหายใจ  หรือปอดอักเสบ  ภาวะสมองบวม  ชัก  หลอดเลือดดำที่ขาอุดตัน  ระดับน้ำตาลและเกลือแร่ในกระแสเลือดผิดปกติ  โรคหัวใจขาดเลือด  ความดันโลหิตสูง  แผลกดทับ  เป็นต้น  ภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวจำเป็นต้องเฝ้าระวังเพื่อจะได้รับการรักษาได้ทันท่วงที  เพราะอาจเป็นสาเหตุการตายและความพิการที่สำคัญของโรคหลอดเลือดสมอง

 ส่วนการฟื้นฟูสมรรถภาพหรือการทำกายภาพบำบัดในระยะนี้  สามารถทำได้เมื่ออาการระบบประสาทและอาการทางกายอื่นๆ คงที่ โดยควรทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่หักโหม  และควรทำในสถานพยาบาลและอยู่ในความดูแลของแพทย์


คำค้นหา:ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ,สถานดูแลผู้สูงอายุ,รับดูแลผู้สูงอายุ,รับดูแลผู้ป่วยพักฟื้น,บ้านพักผู้สูงอายุ,เนเซอรี่ผู้ป่วยอัมพาต,ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม,ศูนย์รับดูแลผู้ป่วยสูงอายุ,สถานดูแลและฟื้นฟูผู้สูงอายุ,ดูแลผู้ป่วยที่บ้าน,สถานที่ดูแลคนชรา,โรคหลอดเลือดสมองในผู้สูงอายุ

ขอขอบคุณบทความจากกระทรวงสาธารณสุข