ความเครียดของคนดูแลผู้สูงอายุป่วยสมองเสื่อม

ความเครียดของคนดูแลผู้สูงอายุป่วยสมองเสื่อม

ความเครียด

การดูแลผู้สูงอายุผู้ป่วยสมองเสื่อมไม่ใช่งานง่ายๆเลย ใครที่ดูแลอยู่ย่อมรู้ดีว่ามีทั้งความเหนื่อยกายที่ดูแลยามกลางวัน แล้วกลางคืนต้องอดหลับอดนอนเพราะผู้ป่วยตื่น แล้วยังเหนื่อยใจกับอาการป่วนของผู้ป่วยอีก จึงเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจมาก

การที่ต้องดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดเพียงลำพัง หรือมีผู้ช่วยก็ตามแต่ก็ยังเป็นผู้ดูแลหลักซึ่งต้องให้เวลาความใส่ใจและความเข้าอกเข้าใจในผู้ป่วยอย่างมากนั้นอาจจะทำให้ผู้ดูแลเครียดได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

อย่าปล่อยให้ความเครียดเข้ามาพักพิงอาศัยในจิตใจเป็นเวลานานเกินไป มีหลายวิธีที่สามารถช่วยคลายความเครียดลงไปได้

วิธีที่สะดวกที่สุดคือวิธีง่ายๆ ทำได้เลย หรือสามารถทำได้โดยไม่ยาก เช่น 
– การฟังเพลง
– ไปนวดคลายเครียด
– ทำสมาธิ
– อ่านหนังสือธรรมะ หรือหนังสือที่ชอบ
– ทำงานอดิเรกที่ชอบ ดูโทรทัศน์
– ได้ระบายความรู้สึกกับคนใกล้ชิด
– ถ้าในครอบครัวช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีคนผลัดเปลี่ยนอาจหยุดพักสัก 2-3 วัน

ส่วนใหญ่ที่เป็นอยู่ทั่วไป ผู้ดูแลใกล้ชิดมักจะบ่นถึงความเหนื่อยยากในการดูแลผู้ป่วย แล้วผู้ป่วยก็มักจะดูดีไม่มีปัญหาเวลาญาติคนอื่นมาเยี่ยมเยียนชั่วครั้งชั่วคราว คนอยู่ไกลมักจะไม่ได้พบเห็นอาการป่วน การให้ญาติลองผลัดเปลี่ยนมาดูแลใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมงบ้าง ก็จะเข้าใจดีขึ้นและให้ความช่วยเหลืออาจจะคอยมาสลับดูแลให้ได้พักบ้าง ให้กำลังใจ หรือให้ความช่วยเหลือสนับสนุนด้านอื่นๆ

ถ้าต้องดูแลแบบฉายเดี่ยวไม่มีตัวแทน ก็ควรหากิจกรรมที่ทำได้ไปพร้อมๆ กับการใช้เวลาดูแลผู้ป่วย หรือในชุมชนได้มีการรวมกลุ่มแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับญาติผู้ป่วยสมองเสื่อมท่านอื่นๆ ก็ช่วยให้คลายความเครียดลงไปได้

ลองติดต่อคุณหมอที่ดูแล บางโรงพยาบาลมีการจัดกลุ่มสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม การพูดคุยกับคนหัวอกเดียวกันจะช่วยได้มาก บางทีแค่ได้ระบายความอัดอั้นออกไปก็รู้สึกดีขึ้นมากแล้ว

การไม่มุ่งให้ความสนใจกับสิ่งที่เป็นปัญหามากเกินไปนัก คิดเสียว่าเดี๋ยวก็หมดไปหนึ่งวันแล้ว ไม่มีใครช่วยก็ต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยการรู้จักทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย หรือแค่ได้งีบหลับในช่วงที่ผู้ป่วยมักจะนอนหลับนาน ก็เป็นวิธีพักผ่อนที่ดีวิธีหนึ่ง เมื่อตื่นขึ้นมาก็สามารถมีอารมณ์สดใสเป็นคนละคนกันได้

อารมณ์ความเครียดของผู้ดูแลมีผลต่อผู้ป่วยโดยตรง ถ้าผู้ดูแลเครียดมักจะอดทนน้อย ปฏิบัติหรือพูดกับผู้ป่วยไม่ดีหรือแสดงความรุนแรงกับผู้ป่วย ก็จะทำให้ผู้ป่วยโต้ตอบกลับด้วยความรุนแรง ลองสังเกตดูว่าถ้าหากอยู่ในอารมณ์ไม่เครียดก็จะรู้สึกว่าไม่เป็นไร เข้าอกเข้าใจและเห็นใจผู้ป่วยได้มาก และสามารถปฏิบัติกับผู้ป่วยด้วยความอ่อนโยน

ถ้ามองว่าเป็นภาระอยู่ตลอดเวลาก็จะรู้สึกหนัก ถ้าคิดว่าไม่มีเวลาเป็นของตัวเองก็จะรู้สึกแย่ อยากให้ปรับความคิดใหม่ว่าเวลาที่เหลืออยู่นับจากนี้เป็นเวลาของเรา หมายถึงเวลาของผู้ป่วยและของผู้ดูแลที่จะได้อยู่ร่วมกัน เหตุใดจึงไม่ให้ช่วงเวลาที่เหลือนี้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข การมองโลกในแง่ดีเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ผู้ดูแลรู้สึกมีพลังใจเข้มแข็งและมีความสุขขึ้นมากกว่ามองในด้านลบหลายเท่าทีเดียว (เวลาสำหรับผู้ป่วยสั้นลงทุกวัน ทุกวัน แล้วเขาจะจาก เมื่อวันนั้นยังมาไม่ถึง ขอใช้เวลานี้ร่วมกันอย่าดีที่สุด เมื่อผ่านไปแล้วจะไม่หวนกลับมาอีก